เข้าสังคมไม่เก่ง!? 41 วิธีเริ่มบทสนทนา ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา

เข้าสังคมไม่เก่ง

เคยเห็นคนที่เหมือนจะเข้ากับใครก็ได้ไหมครับ 

คนพวกนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องที่พูดได้กับทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ต้องไปอิจฉาคนอื่นไปหรอกเพราะวันนี้เรามีวิธีเริ่มบทสนทนาหลากหลายอย่างที่สามารถหยิบมาใช้ได้ทุกสถานการณ์เลย รับรองว่าคนที่เราคุยได้จะทั้งประทับใจและตรึงตราแน่ๆ

ทีเด็ดของนักสนทนาที่เก่งก็คือต้องสามารถทำเรื่องทั่วไปให้น่าสนใจได้ ในบทความนี้ผมจะแบ่งวิธีเริ่มบทสนทนาให้เหมาะกับสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าคุณจะเข้าสังคมเก่งไม่เก่งแค่ไหนก็สามารถใช้ได้ หากคุณพบว่าตัวเองจะเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ไหนก็สามารถข้ามไปศึกษาเรื่องนั้นๆก่อนได้เลยครับ

วิธีเริ่มบทสนทนา…สำหรับทุกสถานการณ์

เรามาเริ่มที่การเปิดบทสนทนากันก่อน วิธีพวกนี้เหมาะกับเวลาคุณไปเจอกับคนใหม่ๆหรือคนที่คุณไม่ได้เจอมาเป็นเวลานาน แน่นอนว่ามันต้องเป็นการสนทนาที่น่าสนใจกว่าคุณเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไรบ้าง เพราะบทสนทนาพวกนี้ใครก็คิดได้

#1 เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเองให้ฟังหน่อย

เป็นการถามแบบเปิดปลายกว้าง โดยให้ผู้ฟังเลือกเรื่องอะไรก็ได้ที่ตัวเองอยากเล่า ซึ่งส่วนมากก็หมายถึงเรื่องที่อีกฝ่ายคิดว่าน่าสนใจหรืออยากจะพูด อีกฝ่ายอาจจะพูดเรื่องงาน เรื่องครอบครัว ก็ได้ เป็นวิธีทำความเข้าใจความคิดของอีกฝ่ายที่ดีมากเลยครับ

#2 ทำอะไรน่าสนใจตอนนี้บ้างหรือเปล่า

แทนที่จะถามว่า ‘ทำอะไรอยู่’ เราเลือกคำถามที่แสดงถึงความน่าสนุกน่าตื่นเต้นแทน คำถามนี้จะทำให้อีกฝ่ายนึกถึงเรื่องสนุกหรือเรื่องตลกแทนที่จะนึกถึงอะไรน่าเบื่อๆแบบเรื่องงานหรือเรื่องที่ทำอยู่ทุกวัน

#3 ‘เรื่องราว’ ของคุณเป็นยังไงบ้าง / มีเรื่องอะไรจะเล่าให้ฟังไหม

อาจจะฟังดูแปลกซักหน่อย แต่แทนที่เราจะถามเรื่อง ทำอะไร เป็นยังไงบ้าง เราขอให้อีกฝ่ายเล่าเรื่องแทน บางคนอาจจะเล่าประวัติตั้งแต่เด็กเลย บางคนก็อาจจะเล่าเรื่องงานเรื่องการเรียน แน่นอนว่าการเล่าเรื่องย่อมมีความน่าตื่นเต้นมากกว่าการพูดให้ฟังเฉยๆ

#4 มีงานอดิเรกอะไรที่คุณกำลังสนใจอยู่หรือเปล่า

คนส่วนมากจะไม่ชอบพูดเรื่องงานอดิเรกเวลาจนคนแปลกหน้า ทั้งๆที่เป็นสิ่งที่เค้าสนใจมากที่สุด หากคุณถามเรื่องงานไปแล้วให้ลองชวนคุยเรื่องงานอดิเรกเพิ่มเติมด้วยครับ

#5 รู้จักคนจัดงานหรือเปล่า

อันนี้เป็นคำถามเวลาคุณไปงานต่างๆ อารมณ์เหมือนถามว่าเป็นญาติเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวในงานแต่งงานครับ หากคุณไปออกงานสัมนาหรืองานอีเวนท์ต่างๆคุณก็สามารถปรับคำถามให้เหมาะสมกับตัวงานได้ และถ้าคุณทั้งสองคนรู้จักคนจัดงานด้วย คุณยิ่งมีเรื่่องให้คุยมากกว่าเดิมอีก

#6 วันนี้คุณเจออะไรน่าตื่นเต้นไหม

แทนที่จะถามว่า ‘เป็นยังไงบ้าง’ การปรับคำถามเป็นเรื่องสิ่งน่าตื่นเต้นแทนเพื่อชวนคุยเรื่องสนุกๆ

#7 อาทิตย์นี้คุณได้ทำอะไรน่าตื่นเต้นไหม

คำถามที่จะกว้างกว่าคำถามด้านบน แทนที่เราจะถามว่า ‘เป็นยังไงบ้าง’ แล้วได้คำตอบอัตโนมัตรว่า ‘สบายดี’ ให้เราถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องน่าตื่นเต้นของอีกฝ่าน การปรับคำถามเป็น ‘อาทิตย์นี้’ แทน ‘วันนี้’ เพื่อให้อีกฝ่ายมีอิสระในคำตอบที่มากกว่า

#8 เคยมางานอย่างนี้หรือเปล่า มาบ่อยไหม

หรือถ้าคุณไปงานวันเกิดหรืองานเลี้ยงก็เปลี่ยนคำถามเป็น ‘เคยมาปีที่แล้วหรือเปล่า’ หรือถ้าเป็นงานสัมนางานเข้าสังคมก็ถามว่า ‘มางานแบบนี้ทุกเดือนหรือเปล่า’ 

#9 วันนี้คุณเจออะไรน่าสนใจหรือน่าเหนื่อยใจหรือเปล่า

ถ้าคุณเจอคนที่ชอบแสดงออก (ดูง่ายๆคือการพูดเก่ง พูดแสดงอารมณ์เยอะๆ) ก็ให้ลองถามคำถามแนวนี้ดู คนที่ชอบแสดงออกจะชอบเล่าเรื่องของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องที่เปิดโอกาสให้เค้าแสดงความเป็นตัวเองเยอะๆ

#10 ช่วงนี้ติดธุระอะไรอยู่หรือเปล่า

คนปกติก็ไม่ค่อยถามคนแปลกหน้าว่าติดธุระหรือยุ่งอยู่หรือเปล่าหรอก แต่ถ้าอีกฝ่ายดูเหมือนคิดอะไรเยอะหรือไม่มีความสนใจกับบทสนทนา เราก็ต้องชวนเค้าคุยเรื่องสิ่งที่เค้าไม่สามารถเอาใจออกมาได้แทน

#11 คิดว่า___เป็นยังไงบ้าง

ถ้าคุณเป็นงานสังสรรค์แล้วเจอคนถืออะไรอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ อาหาร ขนม เกม หรือแม้แต่ถุงชอปปิ้ง คุณก็ชวนอีกฝ่ายคุยเรื่องพวกนี้ก็ได้ ให้ถามดูว่าอีกฝ่ายกำลังสนุกกับสิ่งที่ตัวเองกินหรือถืออยู่หรือเปล่า ถามว่าอาหารอร่อยมั้ย คำถามพวกนี้อาจจะดูธรรมดาแต่มันก็เป็นธรรมชาติมากครับ

#12 กำลังสนุกอยู่หรือเปล่า

ถ้าคุณเห็นใครกำลังอยู่ด้วยตัวเอง หรือคนที่อยู่คนเดียวในมุมๆ แต่ดูเหมือนว่ากำลังสนุกอยู่ (เช่นไม่ได้ทำหน้าบึ้งหรือกอดอกอยู่) คุณก็อาจจะไปนั่งหรือยืนอยู่ข้างๆแล้วก็ถามง่ายๆว่า ‘กำลังสนุกอยู่หรือเปล่า’ แทนที่จะถามว่า ‘เป็นยังไงบ้าง’

ให้บทสนทนาดำเนินต่อไป

ถ้าคุณเปิดบทสนทนาไปแล้ว ให้ลองใช้โพสข้างล่างเพื่อทำความรู้จักอีกฝ่ายให้ดีกว่านี้ วิธีทำให้บทสนทนาดำเนินต่อไปโดยไม่ติดขัดมีดังนี้ครับ

#13 สุดสัปดาห์นี้มีแผนจะทำอะไรไหม

หรือถ้าเป็นช่วงวันจันทร์วันอังคารก็เปลี่ยนคำถามเป็น ‘ได้ทำอะไรสนุกๆเสาร์อาทิตย์ที่แล้วหรือเปล่า’ แทน หรือจะถามว่า ‘ปกติแล้วช่วงสุดสัปดาห์ชอบทำอะไรบ้าง’

#14 มีร้านอาหารอะไรที่ชอบไปเป็นพิเศษหรือเปล่า

การถามคำแนะนำ โดยเฉพาะคำแนะนำที่อีกฝ่ายชอบทำ เป็นการชวนคุยที่ดีครับ อาจจะตามมาด้วยว่าได้ไปกินบ่อยหรือเปล่า มีเมนูอะไรอร่อยเป็นพิเศษไหม ทำไมไปแถวนั้นบ่อยเหรอ หรือถ้าอีกฝ่ายไม่มีร้านที่ชอบเลยเราก็ชวนคุยเรื่องขนมหรือกิจกรรมอย่างอื่นก็ได้ 

#15 มีได้ตามข่าว กีฬา บันเทิง หรือข่าวอื่นๆหรือเปล่า

ถ้าคุณเป็นคนชอบตามข่าว การชวนคุยเรื่องกีฬา บันเทิงต่างๆก็เป็นตัวต่อบทสนทนาที่ดี หากอีกฝ่ายชอบติดตามข่าวเหมือนกันคุณจะได้มีเรื่องให้คุยร่วมกัน หรือหากอีกฝ่ายไม่ได้ตามข่าวคุณก็จะได้อธิบายให้ฟัง 

#16 ที่นี่มีอาหาร เครื่องดื่ม หรือขนมอะไรน่าทานไหม

เป็นอีกวิธีชวนคุยที่สามารถทำได้ในงานสังคมหรืองานต่างๆที่มีอาหารครับ ยิ่งถ้าอีกฝ่ายยังไม่ได้ทานอะไรมาด้วยแล้วคุณก็สามารถชวนก็ไปหาอะไรกินพร้อมกันได้

#17 ที่นี่ดูดีมาก…เลือกไม่ถูกเลย คุณคิดว่ายังไงบ้างหรือว่าทานแล้วชอบบ้างหรือเปล่า

อีกหนึ่งวิธีขอคำแนะนำเรื่องอาหาร ยิ่งถ้าอีกฝ่ายดูเหมือนเพิ่งสั่งอาหารเสร็จไป วิธีนี้ก็เป็นการชวนคุยที่ดีเหมาะกับสถานการณ์มาก

#18 สถานที่ดูดี/ดูเท่/ดูประหลาดมาก ไม่ทราบว่าเคยมาที่นี่ก่อนไหม

คำถามนี้ใช้ได้กับทุกที่เลยครับ ไม่ว่าคุณจะไปบ้านคนอื่น ไปร้านอาหาร หรืองานบอลรูมที่โรงแรม คุณก็สามารถหาอะไรแปลกสำหรับสถานที่นั้นๆแล้วก็ลองให้ความคิดเห็นหรือถามเกี่ยวกับของสิ่งนั้นดู

#19 ได้เห็นวีดีโออันนี้จาก YouTube หรือเปล่า

หากช่วงที่คุณคุยกับคนอื่นมีคลิป Youtube หรือกระทู้พันทิปอะไรที่มันน่าแปลกตาก็ให้ลองชวนอีกฝ่ายนึงคุยเรื่องนี้ดูก็ได้ หากอีกฝ่ายเคยเห็นแล้วคุณก็สามารถชวนเขาคุยเรื่องนี้ต่อ หรือไม่ก็ลองเปิดให้ดูเลยก็ได้

#20 ผมกำลังจะไปหยิบกาแฟ/เครื่องดื่ม ไม่ทราบว่ามีใครอยากจะได้บ้างไหมครับ

คำถามนี้สามารถใช้กับคนเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ ยิ่งถ้าคุณเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้างาน หรือเพิ่งรู้จักคนกลุ่มหลายๆพร้อมกันบทสนทนานี้ก็เป็นการเชิญชวนคนอื่นให้พูดคุยกับคุณได้เยอะขึ้น ส่วนมากแล้วคนในกลุ่มก็จะเดินมาซื้อกาแฟเป็นเพื่อนคุณครับ

ถ้าคุณรู้สึกว่ามันยังไม่เหมาะสมที่จะถามคำถามส่วนตัว การชวนคุยเรื่องข่าว เรื่องของกิน เรื่องสถานที่ ก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะคุณอาจจะใช้คำถามพวกนี้หาสิ่งที่คุณชอบร่วมกันได้ เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่คุณไปในสถานที่ใหม่ๆ ฝึกหัดสังเกตจุดเด่นหรืออะไรที่แปลกตาสำหรับสถานที่หรือสิ่งของสถานที่นั้นๆ นอกจากนั้นแล้วคุณยังสามารถคุยเรื่องเทรนด์หรือข่าวที่คนนั้นสนใจได้ด้วย เช่นช่อง YouTube หรือทีมบอลที่อีกฝ่ายอาจจะสนใจ

นำบทสนทนาไปสู่จุดที่น่าสนใจ 

ในหัวข้อที่ผ่านมาเราได้รู้จักวิธีพูดกับคนแปลกหน้า และวิธีเริ่มบทสนทนาที่ใช้ได้ทุกที่แล้ว แต่ถ้าเป็นกรณีที่คุณได้เจอคนที่คุณไม่ได้เจอมานาน อาจจะเป็นเพื่อนเก่า หรือพี่ที่รู้จักในที่ทำงาน คุณจะคุยเรื่องอะไรดี ในหัวข้อนี้ผมจะแนะนำวิธีถามคำถามที่จะทำให้เรารู้จักคนคนนั้นลึกเข้าไปอีก แน่นอนว่าแต่ละคำถามอาจจะมีความเหมาะสมไม่เหมือนกัน ให้เลือกใช้ตามความสะดวกของคุณได้เลยครับ

#21 ถ้าจะให้เลือกตัวละครในนิยาย หนัง หรือละครทีวี คุณว่ามีใครที่นิสัยเหมือนคนบ้างครับ แล้วทำไมถึงคิดอย่างนี้ 

ถ้าคนที่คุณคุยด้วยดูเหมือนจะเป็นคอหนังหรือชอบอ่านหนังสือเป็นพิเศษ คำถามนี้ก็เป็นคำถามเปิดจินตนาการของอีกฝ่ายได้เลยครับ นอกจากนั้นแล้วคุณยังจะรู้อีกด้วยว่าอีกฝ่ายคิดว่าตัวเองเป็นยังไงแล้วมองตัวเองเป็นยังไงบ้าง 

#22 ตอนเด็กๆงานในฝันของคุณคืออะไรครับ แล้วยังมีส่วนไหนที่ยังเป็นความจริงบ้างหรือเปล่า

คำถามนี้เหมาะสำหรับคนที่พูดเรื่องเวลาตอนเด็กๆหรือเรื่องสมัยก่อน นอกจากจะเป็นคำถามที่ทำให้คนเข้าใจเกี่ยวกับการงานของเขามากขึ้นแล้วคุณยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตและความฝันวัยเด็กของอีกฝ่ายได้ด้วย

#23 อะไรที่ทำให้คุณกลัวที่สุด

เป็นคำถามที่อาจจะลึกไปหน่อยสำหรับบางคน แต่ถ้าช่วยเปิดประเด็นได้ดีเลย

#24 คุณเสียดายอะไรมากที่สุด

คำถามนี้เหมาะสำหรับเวลาคุณอยากเรียนรู้เกี่ยวกับอดีตของอีกฝ่าย ไว้ใช้ถามเวลาคุณสนใจจริงๆนะครับ

#25 ไอดอลของคุณคือใคร

ถ้าคุณกำลังคุยเรื่องคนที่น่าประทับใจ หัวหน้า หรือเซเลบที่ทำตัวน่าเคารพ คุณอาจจะถามคำถามนี้เพื่อทำความรู้จักสิ่งที่อีกฝ่ายเคารพหรือเห็นค่า เค้าชื่นชมคนนี้เพราะอะไรกัน? 

ข้อแนะนำในส่วนนี้ก็คือคุณจะต้อง ‘กล้า’ ที่จะถามคำถามเชิงลึก ถ้าคุณเป็นคนดูไม่จริงใจ บทสนทนาส่วนมากก็จะไปได้แค่เรื่องพื้นฐานเท่านั้นครับ แต่ถ้าคุณสนใจเรื่องราวของอีกฝ่ายจริงๆ คุณก็จำเป็นที่จะต้องหาโอกาสถามคำถามพวกนี้เพื่อเข้าใจ ‘ส่วนสำคัญ’ ในชีวิตของอีกฝ่าย และผลลัพธ์จะทำให้คุณพึงพอใจอย่างแน่นอน

คำถามบางอย่างอาจจะฟังดูตรงไปตรงมาหรือบางทีก็เลื่ยนไปนิดหน่อย แต่มันได้ผลมากจริงๆ ที่สำคัญก็คือต่อให้อีกฝ่ายยังไม่พร้อมที่จะให้คำตอบแบบจริงจัง เราก็สามารถเลี่ยงการทำให้บทสนทนารู้สึกอึดอัด ด้วยการเปลี่ยนคำตอบเป็นอะไรที่ตลกๆหรือการเล่าเรื่องของตัวเองเป็นต้น

บทสนทนาที่เหมาะกับการทำงาน

ในที่ทำงานบทสนทนาของเราต้องมีทั้งเรื่องจริงจังและเรื่องน่าคุย แต่เราจะทำได้ยังไงกัน? วิธีที่แนะนำก็คือให้หาการเปิดบทสนทนาอย่างจริงใจก่อนครับ ซึ่งวิธีเริ่มบทสนทนาที่ผมเขียนมาก็สามารถนำไปใช้ปรับให้เหมาะกับสถานที่ทำงานได้ แต่ในบทความช่วงนี้ผมมีอะไรที่เหมาะมากกว่ามาแนะนำด้วยครับ

#26 มีองค์กรการกุศลอะไรที่คุณสนับสนุนไหม

บางทีเราก็คุยแต่เรื่องงานในที่ทำงาน (ซึ่งเจ้าของบริษัทก็อาจจะบอกว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว) คำถามนี้ทำให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อีกฝ่ายสนใจนอกเหนือจากงาน ก่อนที่จะถามให้เลือกองค์กรการกุศลที่คุณชอบไว้ก่อนหนึ่งอันด้วยนะครับ เผื่อคุณโดนถามกลับจะได้มีอะไรตอบ

#27 ผมรู้สึกกังวลกับ ____ อยู่ คุณเคยทำอะไรคล้ายๆแบบนี้ไหม

การเล่าเรื่องส่วนตัวของคุณให้คนอื่นฟังเป็นวิธีสร้างความ ‘น่าเข้าหา’ ให้ตัวเอง และเป็นวิธีสร้างความสัมพันธ์กับที่ทำงานได้ด้วย การถามเพื่อนร่วมงานเรื่องความกังวลใจเพื่อขอคำแนะนำนอกจากจะช่วยให้คุณเข้าถึงคนอื่นได้ง่ายขึ้นแล้ว คุณยังอาจจะได้ทางออกอะไรที่คุณคิดไม่ถึงก็ได้ คำถามนี้ใช้ได้กับปัญหาหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าใหม่ ระบบใหม่ หรือการใช้โปรแกรมใหม่

#28 ทำงานที่นี่มานานหรือยัง? ชอบอะไรเกี่ยวกับบริษัทนี้บ้าง

ถ้าคุณเริ่มงานใหม่คุณก็คงอยากจะทำความรู้จักบริษัทให้มากขึ้นและวิธีที่ดีก็คือการถามเพื่อนร่วมงาน หรือถ้าคุณเจอเพื่อนร่วมงานใหม่ (ที่อาจจะย้ายมาจากทีมอื่นก็ได้) คุณก็ถามคำถามนี้เพื่อแบ่งบันสิ่งที่คุณชอบให้อีกฝ่ายรู้

#29 มีทริคลับอะไรที่ใช้ทำงานในบริษัทนี้ไหม

เราไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายเจออะไรมาในที่ทำงานบ้าง คำถามนี้เป็นการปล่อยให้อีกฝ่ายสามารถแบ่งบันเคล็ดลับของตัวเองออกมา นอกจากคุณจะมีอะไรสนุกๆคุยแล้ว คุณยังได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆอีกด้วย

บทสนทนาที่เหมาะกับการออกเดท

บางครั้งการออกเดทต่อให้เราเตรียมตัวไปดีแค่ไหนเราก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ดี การชวนคุยที่ดีที่สุดต้องทำให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับกันและกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนิสัยหรือชีวิตส่วนตัว เพราะฉะนั้นให้ศึกษาโพยคำถามข้างล่างเก็บไว้ในใจนะครับ

#30 ตอนเด็กๆอยากเป็นอะไรบ้าง

บางคนก็อยากเป็นนักบิน บางคนก็อยากเป็นตำรวจ หลักจากที่เราได้คำตอบแล้วก็สามารถมีอะไรให้คุยต่อได้เยอะมาก ตอนนี้ยังชอบงานแบบนี้อยู่หรือเปล่า มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ชอบงานที่ทำปัจจุบันไหม คำถามนี้สามารถเชื่อมโยงไปยังเป้าหมายในอนาคตได้อีกครับ

#31 ถ้าจะให้เลือกระหว่ากระโดนล่มกับดำน้ำอย่างทำอะไร ปกติชอบการทำอะไรตื่นเต้นๆแบบนี้ไหม

คำถามนี้ไว้สำหรับคนที่ชอบผจญภัย กิจกรรมที่คนไทยชอบทำก็มีเยอะครับ ไม่ว่าจะเป็นการปีนเขาหรือไปเที่ยวแบ็คแพค เราสามารถดูได้ว่าอีกฝ่ายชอบความเสี่ยงมากแค่ไหนจากการดูวิธีการผจญภัย

#32 สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมควรรู้เกี่ยวกับคุณคืออะไร

เวลาที่คุณไปออกเดท คุณก็คงอยากจะรู้จักอีกฝ่ายให้มากขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่อีกฝ่ายคิดว่าสำคัญ คำถามนี้เป็นอะไรที่ตรงไปตรงมามากครับ เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับอีกฝ่ายให้ดีที่สุด

#33 ตอนเด็กคิดว่าชีวิตโตมาจะเป็นยังไง

ผมชอบคำถามเกี่ยวกับความคิดหรือความฝันวัยเด็กเพราะมันมีอะไรให้ทำความเข้าใจได้มาก แถมบทสนทนาแนวนี้จะเป็นอะไรที่เบาๆไม่ซีเรียสมาก เราสามารถคุยเรื่องความคิด ความฝัน โรงเรียน งานอดิเรกได้หมดเลยครับ

#34 สนิทกับใครที่สุดในบ้าน และคิดว่าตัวเองนิสัยเหมือนใครมากสุด

อีกฝ่ายสนิทกับใครที่สุดในบ้าน พ่อ แม่ หรือคุณยายกัน คำถามนี้ทำให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัวอีกฝ่ายได้ดี คนส่วนมากชอบพูดเรื่องครอบครัวตัวเองทั้งนั้นครับ ยิ่งถามก็ยิ่งชอบ แถมบางครั้งคุณยังได้เห็นมุมมองของอีกฝ่ายนั้นต่อครอบครัวตัวเองด้วย คุณคิดว่าที่บ้านอีกฝ่ายดุ ตลก หรือสนิทกันแค่ไหนกันนะ แล้วถ้าเทียบกับครอบครัวคุณเองแล้วเป็นยังไงบ้าง

บทสนทนาที่น่าสนใจเวลาไปออกเดทมีเยอะมากครับ ให้ลองหาหัวข้อที่คุณชอบและคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะสนใจดูแล้วลองถามไปเลย

บทสนทนาที่เหมาะกับเด็ก

ไม่ว่าคุณจะต้องเลี้ยงหลาน คุยกับลูกของเพื่อน หรือ ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กชั่วคราว คุณก็ควรหาวิธีสนทนากับเด็กเพื่อให้อีกฝ่ายอยากคุยหรือเล่นกับคุณ เด็กสมัยนี้ชอบอะไรนะ สไปเดอร์แมนหรือเปล่า หรือต้องเป็นไดโนเสาร์

ไม่ว่าคุณจะร้อง Let It Go เป็นหรือเปล่า ผมก็มีคู่มือแนะนำให้คุณสามารถคุยกับเด็กได้ทุกคนครับ

#35 คิดว่าเอเลี่ยนมีจริงไหม

คำถามนี้ที่เหมาะสำหรับการคุยกับเด็กก็คือการถามความคิดเห็นที่ต้องใช้จินตนาการและไม่มีผิดถูก ถ้าอีกฝ่ายบอกว่าเอเลี่ยนไม่มีหรอก เราก็ถามว่าทำไม ถ้าอีกฝ่ายบอกว่ามีอยู่จริงเราก็ถามว่าเอเลี่ยนหน้าตาเป็นยังไง คำตอบของเด็กทำให้เรารู้สึกสนุกได้มากกว่าที่คิดครับ

#36 ถ้าเลือกเป็นสัตว์ได้อย่างนึง อยากจะเป็นอะไร

เป็นอีกคำถามที่ไม่มีผิดถูกและต้องใช้จินตนาการในการตอบ นอกจากนั้นเรายังเรียนรู้เกี่ยวกับเด็กได้อีกด้วย เด็กอาจจะชอบสิงโตเพราะเก่ง ชอบสุนัขเพราะน่ารัก หรือชอบลิงเพราะปีนต้นไม้ได้ แล้วถ้าเด็กถามคุณกลับมาว่าคุณอยากเป้นสัตว์อะไร คุณอยากต้องตอบว่าอะไรดีนะ (โอกาสโดนถามกลับมีเยอะมากครับ)

#37 ถ้าโตแล้วอยากอยู่ในบ้านแบบไหน

เด็กส่วนมากจะเบื่อคำถามว่า ‘โตแล้วอยากเป็นอะไร’ เพราะฉะนั้นเราต้องเปลี่ยนวิธีการถามนิดหน่อย ให้ถามเรื่องบ้านที่อยากจะอยู่แทน อยากจะมีสวนหรือสระน้ำเปล่า อยากจะเลี้ยงสัตว์อะไรไหม ทำความเข้าใจว่าเด็กคนนี้ชอบอะไรและสนใจอะไรเป็นพิเศษ แล้วเราก็จะมีเรื่องให้ชวนคุยอีกมากมายเลย

#38 ใครเก่งกว่ากัน ____ หรือ ____

ถ้าคุณคิดอะไรไม่ออกก็ถามเรื่อง ไดโนเสาร์กับหุ่นยนต์ก็ได้ครับ แต่ถ้าคุณเห็นเด็กคนนี้เล่นของเล่นอะไรอยู่กับถามเรื่องของเล่นแทนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสไปเดอร์แมน ปิกาจู เอลซ่า หรือตัวละคนอื่นๆที่เด็กสนใจ ลองสังเกตุดูว่าเด็กคนนี้อ่านหนังสืออะไร ใส่เสื้อลายอะไร กระติดน้ำมีตัวละครอะไรหรือเปล่า เพียงแค่นี้คุณก็มีเรื่องให้คุยเยอะแล้ว

การเริ่มบทสนทนาแบบตลกๆ

การทำให้คนแปลกหน้าชอบเราได้เร็วที่สุดก็คือการทำให้เค้าหัวเราะ การหัวเราะทำให้คนรู้สึกดีมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าคุณไปงานปาร์ตี้ต่างๆก็ลองเตรียมบทสนทนาพวกนี้ไว้คุยบ้างนะครับ

#39 เคยแต่ตัวหลุดธีมมากสุดแค่ไหน

เป็นวิธีเรียนรู้เกี่ยวกับอีกฝ่ายแบบตลกๆ การทำให้คนอื่นสามารถหัวเราะกับความผิดตัวเองได้ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ คำถามนี้เหมาะกับงานสังสรรค์ต่างๆเช่นงานปาร์ตี้งานแต่งงาน หรือแม้แต่งานที่ต้องใส่สูทแต่งตัวเรียบร้อย

#40 ตอนเรียนอยู่เคยทำอะไรน่าอายหรืออะไรสนุกๆบ้างหรือเปล่า

ข้อนี้เหมาะสำหรับการคุยกันในกลุ่มใหญ่ เวลาเราอยากให้ใครเล่าเรื่องเก่าๆเราต้องให้เวลาอีกฝ่ายคิดบ้างเพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องเตรียมเรื่องของตัวเองออกมาเล่าก่อน การคิดเรื่องเก่าๆในอดีตจะทำให้คนรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นด้วย

#41 ถ้าคุณมีรายการทีวีเกี่ยวกับชีวิตตัวเอง อยากจะใช้เพลงไหนเป็นเพลงประกอบ

เป็นการชวนคุยเรื่องเพลงแบบแปลกๆ ‘เพลงประกอบรายการเกี่ยวกับตัวเอง’ คนส่วนมากถ้าเราถามว่าฟังเพลงอะไรก็จะตอบแต่เพลงทั่วไปที่คนอื่นอาจจะรู้จัก แต่ถ้าเราถามเรื่องเพลงประกอบรายการตัวเองบางคนก็จะพูดเรื่องเพลงที่ตัวเองชอบออกมาครับ คุณอาจจะได้เพลงยุค 90 เพลงประกอบละคร หรือ เพลงอินดี้ที่คนไม่รู้จักก็ได้ ข้อสำคัญก็คือการถามเพิ่มเติมและให้ความสนใจกับคำตอบของอีกฝ่าย

คำถามพวกนี้อาจจะดูแปลกหรือเพี้ยนไปบ้าง หากคุณคิดว่ามันเวอร์วังเกินไปก็ลองปรับให้เหมาะกับกลุ่มคนที่คุณจะไปพบก็ได้ เช่นหากเป็นกลุ่มวัยรุ่นหน่อยคุณก็อาจจะปรับให้มันอินเทรนด์มากกว่าเดิม หรือถ้าเป็นกลุ่มวัยทำงานคุณก็ปรับให้เหมาะสมกับหน้าที่การงานแต่ละคนบ้าง 

ทริกก็คือการเตรียมคำตอบที่น่าสนุกๆไว้ก่อน ต่อให้อีกฝ่ายคิดอะไรไม่ออกเราก็มีโอกาสในการเล่าเรื่องอะไรตลกๆเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีได้เสมอ

สุดท้ายนี้การเข้าสังคมเก่งไม่เก่งก็ต้องใช้ความกล้าในการคุยครับ คุณจำเป็นต้องลองคำถามต่างๆไปเรื่อยๆเพื่อดูว่าคุณชอบอันไหนและคุณสามารถนำพาบทสนทนาไปยังจุดต่อไปได้หรือเปล่า คนส่วนมากแค่คุณเข้าไปทักทายนิดหน่อยก็มีความสุขแล้ว

ขอให้ทุกคนเข้าสังคมกันอย่างมีความสุขครับ

บทความล่าสุด