Introvert คืออะไร? แล้วการเป็นคนชอบเก็บตัวดีหรือไม่ดีกันนะ?

Introvert คืออะไร? แล้วการเป็นคนชอบเก็บตัวดีหรือไม่ดีกันนะ?

Introvert เป็นคำที่หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจดี หลายคนชอบถามว่า ‘อาการ Introvert แก้ยังไง’ หรือบางคนเรียกว่า ‘โรค Introvert’ ด้วยซ้ำ

การเป็น Introvert ไม่ใช่โรคร้ายและไม่ใช่อาการอะไรที่ต้องแก้หรือสามารถทำให้หายได้ครับ การเป็น Introvert ก็คือการมีนิสัยหรือความชอบที่จะอยู่คนเดียวมากกว่าอยู่กับคนอื่น ในวันนี้ผมจะขออธิบายเรื่องของ Introvert ให้ทุกคนอ่านกันครับ

Introvert คืออะไร

Introvert หรือ ‘คนชอบเก็บตัว’ คือบุคลิกแบบหนึ่ง บุคลิกนี้จะได้รับพลังงานจากการอยู่คนเดียว และอาจะรู้สึกเหนื่อยเวลาออกสังคมนานๆ บุคลิก Introvert ได้แก่การชอบจมอยู่กับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง หรือการรู้สึกสบายใจหรือผ่อนคลายถ้าได้อยู่ตามลำพัง

บุคลิกตรงกันข้ามกับ Introvert ก็คือ Extrovert ซึ่งเป็นบุลลิกหรือนิสัยของคนที่ชอบพบปะเข้าสังคม

คนส่วนมากนิยาม Introvert (อ่านว่า อิน-ทระ-เวอ-ร-ท) ว่าเป็นคนชอบเก็บตัวหรือเป็นคนขี้อาย แต่จริงๆแล้วความหมายของ Introvert มีมากกว่านั้น

Introvert คือคนที่สูญเสียพลังงานจากการปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งจะต่างกับ Extrovert ที่เวลาอยู่กับคนอื่นจะได้รับพลังงานเยอะขึ้น แน่นอนว่าคนที่สูญเสียพลังงานเวลาเข้าสังคมก็อาจจะเลี่ยงการเข้าสังคมหรือชอบการอยู่คนเดียวมากกว่า (แต่ก็ไม่เสมอไป) 

โดยรวมแล้ว ความสามารถในการเข้าสังคมไม่เกี่ยวกับการเป็น Introvert หรือ Extrovert เลย เพราะความชอบและทักษะไม่ใช่สิ่งที่มาพร้อมกันเสมอ คุณอาจจะเล่นเปียโนเก่งแต่ก็ไม่ได้ชอบดนตรีขนาดนั้้นก็ได้ บางคนอาจจะชอบเจอผู้คนแต่ไม่ได้เข้าสังคมเก่งก็มี ผมจะอธิบายเรื่อง Introvert ที่เข้าสังคมเก่งไว้ในส่วนล่างของบทความนะครับ

ความชอบไม่ได้เท่ากับทักษะเสมอไป

คำเปรียบเทียบ Introvert ได้ดีที่สุดที่ผมได้ยินมาก็คือ Introvert เป็นเหมือนแบตเตอรี่มือถือ เราสามารถออกไปข้างนอกเข้าสังคมได้ แต่สุดท้ายเราก็ต้องกลับมา ‘ชาร์จแบต’ ที่บ้านอยู่ดี ส่วน Extrovert ก็เหมือนที่ชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยิ่งออกไปข้างนอก ยิ่งมีพลังงานเยอะ

การเป็น Introvert ขึ้นอยู่กับสังคมที่คุณอยู่

นักวิชาการหลายคนได้อธิบายไว้ว่าทุกคนมีความเป็น Introvert และ Extrovert ในตัวอยู่ แต่มีมากน้อยไม่เท่ากัน ซึ่งหมายความว่าในสายตาของคนที่เป็น Introvert 90% คนที่เป็น Introvert 75% อาจจะดูร่าเริงหรือพลังงานเยอะในงานปาร์ตี้เลยก็ได้

เพราะฉะนั้น สังคมที่เราอยู่เลยเป็นตัวตัดสินว่า ‘เทียบกันคนรอบข้างแล้ว เราชอบเข้าสังคมมากแค่ไหน’

ตัวอย่างที่คนพูดถึงมากที่สุดก็คือการเปรียบเทียบคนไทยกับฝรั่งครับ คนไทยบางคนอาจจะดูชอบออกสังคม ไม่ขี้อาย สามารถพรีเซ้นในงานที่มีคนฟังเยอะได้สบาย แต่พอเทียบกับฝรั่งแล้ว คนคนนั้นก็ดูด้อยไปเลย

สังคมและวัฒนธรรมของเราจะเป็นตัวบอกว่า ‘การวางตัวในสังคมที่ดี’ ในใจของเราเป็นอย่างไร ซึ่งส่วนมากก็ไม่มีผิดมีถูก แต่อาจจะมีความเหมาะสมมากน้อยต่างกันแล้วแต่สถานที่หรือวัฒนธรรม

วิธีเข้าใจ Introvert

สังคมปัจจุบันชื่อชอบ Extrovert มากกว่า Introvert ครับ ไม่ว่าจะเป็นนิสัยที่สามารถเข้าหาคนอื่นได้ง่าย หรือ ความสามารถในการพูดต่อหน้าคนเยอะๆ พูดกับคนที่ตัวเองไม่รู้จักมาก่อน ทักษะพวกนี้ล้วนถูกเชื่อมโยงเข้ากับ Extrovert มากกว่า Introvert หลักฐานง่ายๆก็คือที่โรงเรียนอนุบาลทั่วไปครับ เด็กที่ ‘เข้าร่วมกิจกรรม’ และ ‘เล่นกับเด็กคนอื่น’ ก็คือเด็กที่ดี และเด็กที่นั่งเงียบคนเดียวคือเด็กที่ ‘ต้องปรับปรุง’

หากเราเข้าใจว่า Introvert เป็นคนที่ต้องการชาร์จพลังด้วยการอยู่คนเดียวหรืออยู่กับคนที่สนิทด้วยจริงๆ และจะเสียพลังงานเยอะเวลาออกไปข้างนอกหรือเข้าสังคม เราก็ควรจะเข้าใจวิธีกา่รใช้ชีวิตของ Introvert พร้อมทั้ง ‘มุมมอง’ ในแง่ลบที่สังคมมีต่อ Introvert ด้วย Introvert บางคนที่ผมรู้จักมี ‘ปมด้อย’ เรื่องความกดดันจากสังคมเยอะมากครับ

การบอกให้ Introvert ‘ชอบเข้าสังคม’ ก็คงเหมือนการบอกให้คนที่รักแมวทำตัวรักสุนักด้วย ‘ความชอบ’ ไม่สามารถเปลี่ยนกันได้ง่ายๆครับ

ผมไม่ปฏิเสธว่าความสามารถในการเข้าสังคมเป็นสิ่งที่สำคัญ และผมคิดว่า Introvert ที่ไม่ชอบเข้าสังคมก็ควรจะฝึกทักษะเข้าสังคมพื้นฐานไว้ หาก Introvert คนไหนอยากฝึกวิธีเข้าสังคมก็สามารถอ่านบทความนี้ได้ เข้าสังคมไม่เก่ง!? 41 วิธีเริ่มบทสนทนา ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา

อย่างไรก็ตามหากเรารู้จัก Introvert ในชีวิตเป็นการส่วนตัว สิ่งที่เราควรทำไม่ใช่การ ‘กดดัน’ หรือ ‘สั่งให้เข้าสังคม’ แต่เป็นการเข้าใจและค่อยๆสอนให้เค้าปรับตัวได้มากขึ้น (สอนทักษะ ไม่ใช่สั่งให้เปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต) อย่างไรก็ตาม Introvert บางคนไม่ได้เข้าสังคมไม่เป็น เค้าแค่ไม่ชอบการเข้าสังคมเท่านั้น

หากเราเลือกที่จะ ‘เข้าใจ’ แทนที่จะ ‘เปลี่ยน’ คนอื่น เราก็จะสามารถอยู่กับคนที่เรารักได้อย่างมีความสุขครับ และวิธีที่จะเข้าใจ Introvert ได้ก็คือ

  • เลิกการมองในแง่ลบ – การที่บอกว่า Introvert เป็นคนขวางโลกหรีอไม่สนสังคมเป็นอะไรที่ไม่มีประโยชน์เลยครับ Introvert ไม่ได้เกลียดคนอื่น เค้าแค่เลือกที่จะอยู่กับคนกลุ่มเล็กมากกว่ากลุ่มใหญ่ และแน่นอนว่า Introvert ก็ต้องการเวลาในการพักผ่อนและชาร์จพลังมากกว่าคนปกติ  
  • เข้าใจว่ามันไม่ใช่ความผิดใคร – Introvert อาจจะไม่ชอบแชร์เรื่องเล็กๆน้อยๆ หรือแชร์เรื่องส่วนตัวให้สังคมรู้ และบางทีอาจจะรู้สึกเหนื่อยถ้าต้องพูดหรือเข้าหาคนเยอะๆ Introvert อาจจะดูเหนื่อยหรือหมดพลังง่าย แต่ไม่ได้แปลว่าเค้าไม่แคร์หรือไม่สนใจครับ
  • ฟัง – Introvert อาจจะไม่ชอบคุยเรื่องที่ตัวเองไม่สนใจ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เค้าใส่ใจหรือสนใจมากๆ เค้าจะพูดไม่หยุดเลยครับ แน่นอนว่าวิธีการพูดของ Introvert อาจจะช้าหรือต้องคิดคำนานหน่อยแต่ถ้าเราให้โอกาสและตั้งใจฟัง เราจะได้อะไรเยอะมากครับ
  • เห็นใจ – พลังงานส่วนการเข้าสังคมของ Introvert มีอยู่น้อย และจะลดน้อยลงเรื่อยๆถ้าเค้าไม่ได้ชาร์จพลังเพิ่ม แน่นอนว่ายิ่งใช้พลังงานเยอะ บางทีร่างกานอาจจะอ่อนแอลงด้วยซ้ำ หากคุณเห็นว่าเพื่อนหรือคนรู้จักที่เป็น Introvert ไม่อยากไปเข้าร่วมงานต่างๆ ผมแนะนำว่าอย่าบังคับเค้าเลยครับ นิยามของคำว่า ‘สนุก’ มันไม่เหมือนกันสำหรับทุกคน
  • อย่าไปแก้อะไรที่ไม่ได้เสีย – ถ้าเราไม่สามารถบังคับคนที่ชอบสังสรรค์ให้อยู่บ้านได้ เราก็ไม่ควรบังคับให้คนที่อยากอยู่บ้านออกไปข้างนอก คนทุกคนมีความชอบและมีความถนัดไม่เหมือนกัน หากเราเข้าใจและรู้ว่าแต่ละคนชอบอะไรและถนัดอะไร เราก็จะสามารถอยู่กับคนนั้นได้อย่างมีความสุข

ในส่วนนี้ผมแนะนำให้อ่านบทความเรื่อง Personal Space พื้นที่ส่วนตัว และศึกษาเรื่อง ทักษะการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เพื่อทำให้เราเข้าใจ Introverts ได้มากขึ้นนะครับ

การเป็น Introvert ขึ้นอยู่กับสังคมที่คุณอยู่ และ วิธีเข้าใจ Introvert - บทบาทของ Introvert และ Extrovert ในสังคม

เรื่องที่คุณอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับ Introvert

อย่างที่บอกก็คือคำว่า ‘Introvert’ แปลว่าคนที่จะเสียพลังงานเยอะเวลาเข้าสังคม ซึ่งความหมายมีแค่นี้เอง สิ่งอื่นที่เราใช่อธิบายการเป็น Introvert หรือคนชอบเก็บตัวนั้นคือ ’การเหมารวม’ หรือคือทัศนคติของสังคมต่อ Introvert ที่ผิด ในวันนี้เรามาดูกันครับว่าสิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Introvert มีอะไรบ้าง 

  • คนที่เงียบไม่ได้แปลว่าขี้อาย – การที่ Introvert เงียบไม่ได้แปลว่าอายหรือกลัวที่จะคุยกับคนอื่น แต่บางครั้ง Introvert แค่ต้องการรักษาพลังงานไว้ทำอะไรที่เค้าอยากจะทำมากกว่า Introvert บางคนที่ผมรู้จักชอบเข้าสังคมมาก แค่ระยะเวลาที่เค้าใช้ในการเข้าสังคมอาจจะน้อยกว่าคนทั่วไปเท่านั้นเอง
  • อยากอยู่คนเดียวไม่ได้แปลว่าโมโหหรือเศร้าอยู่ – บางครั้ง Introvert ก็ต้องใช้เวลาอยู่คนเดียวเพื่อชาร์จพลังงานหรือคิดเงียบๆคนเดียวก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร การขอเวลาและระยะห่างเพื่อปล่อยให้ Introvert ประมวนผลทางความคิดก่อนไม่ได้แปลว่า Introvert กำลังเศร้าหรือโมโหครับ 
  • ไม่มีใครอยากอยู่คนเดียวตลอดเวลา – ไม่เกี่ยวกับว่าเราจะเป็น Introvert หรือ Extrovert หรอกครับ ผมคิดว่าทุกคนล้วนอยากมีคนอยู่ด้วย Introvert จะชอบมากเวลาได้อยู่กับคนที่เค้าสนิทด้วยครับ แต่การที่เราชอบทำอะไรก็ไม่ได้แปลว่าเราจะมีพลังงานมากพอที่จะทำอย่างนั้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • Introvert ไม่ใช่คนมีความมั่นใจต่ำ – Introvert หลายคนมีความสามารถในการเข้าสังคมสูงมาก บางคนก็มีอีโก้สูงมากเช่นกัน ผมสังเกตว่า Introvert ที่โตหน่อยก็จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความมั่นใจในตัวเองหรอกครับ เพราะส่วนมากก็จะรู้จักวิธีเข้าสังคมและรู้จักตัวเองดีในระดับหนึ่ง ปัญหาจะมาจากเด็กที่เป็น Introvert มากกว่า เด็ก Introvert บางคนอาจจะชอบใช้เวลาเล่นอยู่คนเดียวจนผู้ใหญ่แปลพฤติกรรมเล่นคนเดียวว่าเป็นการขี้อายหรือการกลัวการเข้าสังคม
  • Introvert ไม่ได้เกลียดผู้คน – Introvert ชอบเข้าสังคมแต่ปัญหาของ Introvert ก็คือการทำ small talk หรือการพูดคุยสัพเพเหระ (เรื่องที่ introvert เห็นว่ามันน่าเบื่อหน่าย) หากเราอยากเข้ากับ Introvert ให้ได้เราอาจจะต้องเปลี่ยนเนื้อหาการสนทนาให้มีความน่าสนใจในสายตา Introvert มากขึ้น

Sociable Introvert หรือ คนชอบเก็บตัวที่เข้าสังคมเก่ง

ความชอบเข้าสังคมกับทักษะในการเข้าสังคมอาจจะไม่ได้มาเป็นแพ็คคู่เสมอไปครับ Introvert หลายคนสามารถเข้าสังคมได้ดีและมีความเป็นผู้นำสูงมาก และ Extrovert หลายคนอาจจะชอบเข้าสังคมแต่ไม่มีทักษะในการจูงใจคนก็เป็นได้

ไม่ว่าเราจะชอบเข้าสังคมหรือเปล่า การฝึกทักษะในการเข้าสังคมก็เป็นสิ่งที่ดีเสมอ สำหรับ Introvert แล้วการฝึกทักษะในการเข้าสังคมสามารถทำได้ดังนี้ครับ

  • ทำความเข้าใจข้อจำกัดของตัวเองและชาร์จพลังให้เรียบร้อย – หากเรารู้ว่าเราต้องออกไปเจอคนเยอะๆ เราควรที่จะพักผ่อนและชาร์จพลังให้เพียงพอ
  • อย่าอายที่เราเป็นคนพูดน้อย – หากเราเป็นผู้ฟังที่ดี เราไม่จำเป็นต้องพูดเยอะก็ได้ครับ เราแค่ต้องเรียนรู้ที่จะฟัง ถามคำถาม หรือ ตอบในเวลาที่จำเป็นก็พอ
  • หากรู้ว่าจะเจอคนใหม่ๆ ให้เตรียมบทสนทนาไว้ก่อน – Introvert หลายคนไม่ชอบออกไปเจอผู้คนเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร แต่โดยรวมแล้วถ้าเรารู้คร่าวๆว่าคนที่เราจะเจอคือใคร เราก็สามารถเตรียมคำถามล่วงหน้าได้ หรือถ้าคุณคิดว่ามันจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ผมก็แนะนำให้อย่างน้อยเลือกสถานที่ที่มีอะไรพูดได้เยอะเช่นร้านอาหารที่มีเมนูแปลกๆเป็นต้น
  • เปิดใจให้กว้าง – บางครั้งเวลาเราคุยกับคนที่เพิ่งเจอเราอาจจะรู้สึกว่าบทสนทนามันว่างเปล่าไม่มีแก่นสารเหลือเกิน ซึ่งผมก็เห็นด้วยในบางครั้ง แต่หากเราสามารถก้าวข้ามผ่านบทสนทนาเบื้องต้นได้แล้ว เราก็จะมีโอกาสในการทำความรู้จักคนข้างหน้าเราได้ดีขึ้นครับ

ผมพิมพ์มาเยอะขนาดนี้หลายคนอาจจะคิดว่าทำไมการเป็น Introvert หรือการอยู่กับ Introvert มันยากจัง เพราะฉะนั้นผมจะขอเสนอมุมต่างบ้างด้วยการจบบทความนี้ด้วยข้อดีของการเป็น Introvert นะครับ

ประโยชน์ของการเป็น Introvert

แน่นอนว่าข้อดีพวกนี้เป็นข้อดีโดยรวม บางคนอาจจะไม่มีทักษะบางอย่างที่ Introvert ทั่วไปอาจจะมีก็ได้ ผมแนะนำให้ลองสังเกตุดูว่า Introvert ที่อยู่ใกล้ตัวคุณเป็นอย่างนี้หรือเปล่านะครับ

  • เป็นผู้ฟังที่ดี – ตามธรรมชาติแล้ว Introvert จะชอบฟังและชอบคิดมากกว่า Extrovert และมีงานวิจัยเคยบอกไว้ว่า Extrovert มีโอกาสที่จะ ‘รีบสรุป’ มากกว่า Introvert (ไม่ใช่เพราะ Extrovert ไม่ใส่ใจนะครับ แต่เพราะ Extrovert ประมวลข้อมูลของบทสนทนาได้เร็วกว่า Introvert) 
  • คิดก่อนพูด – โดยรวมแล้ว Introvert จะเป็นคนที่ชอบคิดและระวังเลือกคำพูดมากกว่า Extrovert ซึ่งก็มาจากสาเหตุที่ว่า Introvert ชอบ ‘รวบรวมความคิด’ ก่อนที่จะพูดออกมานั่นเอง
  • ช่างสังเกต – Introvert เป็นคนที่สามารถรับรู้ข้อมูลจากการสังเกตุได้เยอะกว่า บางทีเราเห็น Introvert นั่งเงียบอยู่ในห้อง นั่นก็อาจจะเป็นการสังเกตุและรวบรวมข้อมูลอย่างหนึ่งก็ได้นะครับ
  • เป็นผู้นำที่อ่อนโยน – ส่วนมาก Introvert จะไม่ค่อยชอบทำตัวเด่น เพราะฉะนั้นโอกาสที่ Introvert จะรับผลงานของคนในทีมทั้งหมดเข้าตัวเองนั้นมีน้อยกว่าคนปกติ โดยรวมแล้ว Introvert จะชอบเน้นถึงความสามารถและจุดแข็งของทีมมากกว่าเรื่องของตัวเอง คนบางคนก็ชอบทำงานกับ Introvert เพราะรู้สึกว่าผู้นำที่เป็น Introvert จะมีความใส่ใจและตัดสินใจได้ละเอียดกว่า (แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องรีบตัดสินใจหรือต้องทำอะไรเร็วๆ คนส่วนมากจะชอบ Extrovert มากกว่า)

ใครที่อ่านบทความแล้ว รบกวนทำแบบสอบถามเพื่อให้ผมสามารถเขียนบทความที่ทุกคนชอบได้มากขึ้น https://forms.gle/TrkHTigUtcEMzqNt6

ถ้าคุณชอบ…ลองอ่านบทความพวกนี้ดู

บทความล่าสุด